KNOWLEDGE ARTICLE
Crane Rental Preparation Guide

ก่อนเช่ารถเครน ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

การสอบถามเช่ารถเครนให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับหน้างาน ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ต้องใช้รถเครนกี่ตัน?” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากรายละเอียดของชิ้นงาน จุดยก จุดวาง และสภาพพื้นที่จริง

ยิ่งมีข้อมูลครบตั้งแต่ต้น การประเมินขนาดรถ Working Radius, Boom Length, Lift Height และพื้นที่ตั้ง Outrigger ก็ยิ่งทำได้ชัดเจนขึ้น ก่อนนำข้อมูลไปตรวจสอบกับ Load Chart ของรถรุ่นที่จะใช้งาน

ก่อนเช่ารถเครนต้องดูอะไรบ้าง
ชิ้นงาน น้ำหนัก + ขนาด
ตำแหน่งยก จุดตั้งรถ + จุดรับ + จุดวาง
หน้างาน พื้นที่ + ทางเข้า + สิ่งกีดขวาง
คำตอบสั้น

ก่อนเช่ารถเครน ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ควรเตรียมอย่างน้อย น้ำหนักและขนาดชิ้นงาน จุดตั้งรถ จุดยก จุดวาง ระยะจากรถถึงตำแหน่งทำงาน ความสูงที่ต้องยก สภาพพื้น ทางเข้า พื้นที่กาง Outrigger สิ่งกีดขวาง และวันเวลาปฏิบัติงาน

ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบการประเมินขนาดรถเครนและ Configuration เบื้องต้น ก่อนตรวจสอบความสามารถในการยกจาก Load Chart ของรถรุ่นจริง

7 ข้อมูลก่อนสอบถามรถเครน

เตรียมข้อมูลตามลำดับนี้ก่อนวางแผนงานยก

1

น้ำหนักของชิ้นงาน

ควรทราบน้ำหนักของเครื่องจักร วัสดุ หรือชิ้นงานที่จะยกจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น Nameplate, Drawing, Specification หรือข้อมูลจากผู้ผลิต หากมี

หากยังไม่ทราบน้ำหนักที่แน่นอน ควรแจ้งว่าเป็นข้อมูลประมาณการ และเตรียมรายละเอียดเพิ่มเติมของชิ้นงานเพื่อใช้ประกอบการประเมิน

Load Weight Nameplate Specification
2

ขนาด กว้าง × ยาว × สูง ของชิ้นงาน

น้ำหนักอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะขนาดและรูปทรงมีผลต่อจุดศูนย์ถ่วง วิธีผูกยก ตำแหน่งของอุปกรณ์ประกอบการยก และพื้นที่ที่ต้องใช้ระหว่างเคลื่อนย้าย

ควรระบุส่วนที่ยื่นออกจากตัวชิ้นงาน รวมถึงฐาน ขา หรือโครงสร้างที่อาจมีผลต่อการยก

Dimensions Center of Gravity
3

จุดตั้งรถ จุดยก และจุดวาง

ควรระบุว่ารถเครนสามารถเข้าไปตั้งตรงบริเวณใด ชิ้นงานอยู่จุดไหน และปลายทางที่จะนำชิ้นงานไปวางอยู่ตำแหน่งใด

ข้อมูลสามจุดนี้ช่วยให้เห็นภาพของการเคลื่อนที่ของโหลด และใช้ประกอบการประเมิน Working Radius ได้ดีกว่าการแจ้งน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

Crane Position Pick Point Set Point
4

ระยะจากจุดตั้งรถถึงตำแหน่งยก

Working Radius เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในการตรวจสอบ Capacity เพราะรถเครนไม่ได้ยกน้ำหนักได้เท่ากันในทุกระยะ

หากยังวัดระยะไม่ได้ สามารถเตรียมรูป Layout หรือภาพหน้างานที่แสดงตำแหน่งรถกับชิ้นงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนตรวจสอบระยะจริง

Working Radius Load Chart
5

ความสูงที่ต้องยก

แจ้งว่าต้องยกชิ้นงานจากระดับใดไปยังระดับใด เช่น ยกจากพื้นขึ้นบนฐาน ยกขึ้นชั้นอาคาร ยกขึ้นหลังคา หรือยกข้ามสิ่งกีดขวาง

ข้อมูลความสูงใช้ประกอบการพิจารณา Boom Length, Working Radius และ Working Envelope ของงาน

Lift Height Boom Length
6

สภาพพื้นที่ตั้งรถและพื้นที่กาง Outrigger

ควรส่งรูปหรือข้อมูลพื้นที่ที่รถจะตั้ง รวมถึงสภาพพื้น ความลาดเอียง พื้นที่โดยรอบ และบริเวณที่อาจใช้สำหรับกาง Outrigger

แม้รถรุ่นหนึ่งจะมี Capacity เพียงพอตาม Load Chart แต่หากไม่สามารถตั้งรถตาม Configuration ที่ต้องใช้ ก็อาจต้องปรับตำแหน่งหรือแผนงาน

Ground Condition Outrigger
7

ทางเข้า สิ่งกีดขวาง วัน และเวลาปฏิบัติงาน

ควรแจ้งทางเข้ารถ ประตู ทางเลี้ยว พื้นที่กลับรถ รวมถึงสิ่งกีดขวาง เช่น อาคาร หลังคา ท่อ โครงสร้าง หรือสายไฟบริเวณใกล้เคียง

นอกจากนี้ควรแจ้งสถานที่ วัน และช่วงเวลาที่ต้องการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเข้าพื้นที่

Access Obstacles Schedule

มีรูปหน้างานแล้ว ควรถ่ายอะไรส่งไปบ้าง?

รูปหน้างานช่วยให้เห็นบริบทได้มากกว่าการอธิบายด้วยข้อความเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกรณีที่มีพื้นที่จำกัด อาคาร เครื่องจักร หรือสิ่งกีดขวางใกล้จุดยก

ภาพทางเข้าหน้างาน
ให้เห็นความกว้าง ประตู และทางเลี้ยว
ภาพพื้นที่ตั้งรถ
ให้เห็นพื้นและพื้นที่รอบตำแหน่งตั้งรถ
ภาพชิ้นงาน
ให้เห็นรูปทรง ฐาน และจุดที่สามารถเข้าถึงได้
ภาพจุดปลายทาง
ให้เห็นตำแหน่งที่จะติดตั้งหรือวางชิ้นงาน
ภาพสิ่งกีดขวาง
เช่น หลังคา ท่อ อาคาร หรือโครงสร้างใกล้เคียง
Layout ถ้ามี
ระบุตำแหน่งรถ จุดยก จุดวาง และระยะที่ทราบ

ทำไมบอกแค่ “ของหนักกี่ตัน” ยังไม่พอสำหรับเลือกรถเครน?

เพราะความสามารถในการยกของรถเครนสัมพันธ์กับตำแหน่งและ Configuration ของรถ ไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักชิ้นงานเพียงตัวเดียว

ชิ้นงานน้ำหนักเท่ากัน แต่หากงานหนึ่งตั้งรถใกล้ได้ ขณะที่อีกงานต้องตั้งรถไกลเพราะมีอาคารขวาง Working Radius จะต่างกัน และ Capacity ที่ต้องตรวจสอบจาก Load Chart ก็อาจต่างกัน

ตัวอย่าง: การแจ้งว่า “เครื่องจักรหนัก 5 ตัน” ยังไม่เพียงพอ หากไม่ทราบว่ารถตั้งห่างจากเครื่องจักรเท่าไร ต้องยกสูงเท่าไร และปลายทางอยู่ตำแหน่งใด

อ่านรายละเอียดเรื่องการเลือกขนาดเพิ่มเติมได้ที่ เลือกรถเครนกี่ตัน ต้องดูน้ำหนักอย่างเดียวหรือไม่?

ข้อมูลที่เตรียมไว้เกี่ยวข้องกับ Load Chart อย่างไร?

เมื่อทราบน้ำหนัก Working Radius, Boom Length และ Configuration ที่คาดว่าจะใช้แล้ว จึงสามารถนำเงื่อนไขดังกล่าวไปตรวจสอบกับ Load Chart ของรถเครนรุ่นจริง

Load Chart เป็นข้อมูลของผู้ผลิตที่แสดง Capacity ภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ จึงไม่ควรใช้ Load Chart ของรถคนละรุ่น หรือใช้ชื่อขนาดของรถเพียงอย่างเดียวเป็นข้อสรุป

อ่านต่อ: Load Chart รถเครนคืออะไร? อ่านอย่างไรก่อนเลือกขนาดรถเครน

สรุปข้อมูลที่ควรแจ้งก่อนเช่ารถเครน

ข้อมูล ตัวอย่าง ใช้ประกอบการดูอะไร
น้ำหนัก น้ำหนักเครื่องจักรหรือชิ้นงาน Load Weight และ Capacity
ขนาด กว้าง × ยาว × สูง รูปทรง จุดศูนย์ถ่วง และวิธีจัดการโหลด
จุดตั้งรถ พื้นที่ที่รถสามารถเข้าตั้งได้ Working Radius และ Outrigger
จุดรับ–จุดวาง ตำแหน่งต้นทางและปลายทาง ระยะและเส้นทางของโหลด
ความสูง ระดับที่ต้องยกหรือติดตั้ง Boom Length และ Lift Height
สภาพพื้นที่ พื้น ทางเข้า พื้นที่ตั้งรถ การเข้าถึงและ Configuration
สิ่งกีดขวาง หลังคา อาคาร ท่อ สายไฟ ตำแหน่งบูมและพื้นที่ปฏิบัติงาน
วันและสถานที่ ไซต์งานและช่วงเวลาที่ต้องการ การวางแผนเข้าปฏิบัติงาน
สรุป

ข้อมูลครบ ช่วยให้ประเมินงานเครนได้ตรงเงื่อนไขหน้างานมากขึ้น

ก่อนสอบถามหรือเช่ารถเครน ควรเริ่มจาก น้ำหนักและขนาดชิ้นงาน จุดตั้งรถ จุดยก จุดวาง Working Radius ความสูง สภาพพื้น ทางเข้า พื้นที่กาง Outrigger และสิ่งกีดขวาง

จากนั้นจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการเลือกรถและตรวจสอบ Load Chart ของรุ่นจริง แทนการเริ่มจากคำถามเรื่องจำนวนตันของรถเพียงอย่างเดียว

FAQ

คำถามที่พบบ่อยก่อนเช่ารถเครน

ควรเตรียมน้ำหนักและขนาดชิ้นงาน จุดตั้งรถ จุดยก จุดวาง ระยะจากรถถึงตำแหน่งทำงาน ความสูงที่ต้องยก สภาพพื้น ทางเข้า พื้นที่กาง Outrigger สิ่งกีดขวาง และวันสถานที่ปฏิบัติงาน

สามารถเริ่มส่งรายละเอียดอื่นเพื่อประกอบการพูดคุยได้ แต่การเลือกและตรวจสอบ Capacity สำหรับงานจริงควรมีข้อมูลน้ำหนักที่น่าเชื่อถือ เช่น Nameplate, Drawing, Specification หรือข้อมูลจากผู้ผลิต หากมี

รูปหน้างานช่วยให้เห็นทางเข้า พื้นที่ตั้งรถ จุดยก จุดวาง และสิ่งกีดขวางโดยรอบ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินตำแหน่งรถ Working Radius และพื้นที่ที่อาจใช้สำหรับ Outrigger

ยังไม่เพียงพอ เพราะต้องพิจารณา Working Radius, Boom Length, Lift Height, Configuration และสภาพหน้างานร่วมกัน จากนั้นตรวจสอบ Capacity จาก Load Chart ของรถรุ่นจริง

ควรแจ้งสิ่งกีดขวางที่อาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งรถหรือเส้นทางบูม เช่น อาคาร หลังคา ท่อ โครงสร้าง กำแพง เครื่องจักร หรือสายไฟบริเวณใกล้พื้นที่ทำงาน

มีงานยกแต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้รถเครนแบบไหน?

ส่งน้ำหนักและขนาดชิ้นงาน รูปหน้างาน จุดตั้งรถ จุดยก จุดวาง ความสูง สภาพพื้น และวันที่ต้องการใช้งาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาขนาดรถและรูปแบบการทำงานเบื้องต้น

แชร์บทความ